วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ต้นยาสี่วิสุทธ

ต้นยาสี่วิสุทธ (ประกอบด้วย ต้นสมุนไพรทั้งหมด ๔ ชนิด)


สายพันธุ์       : โสมมนุษย์(โสมคน)

สรรพคุณ      : รักษาเยียวยาและฟื้นฟูสภาพร่างกายระดับสูง

สถานที่ค้นพบ : พบได้ทั่วไปในแดนหิมพานต์ แต่มีมากและครบถ้วนที่สุด

                 ลานสรรพยา(อีกสถานที่ที่มีต้นยาครบทั้ง๔ คือ เขาคันธทาทน์)


๑. ต้นยาวิศัลยกรณี

  หากถูกสิ่งแปลกปลอมรึศาตราวุธใดทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และสิ่งแปลก

ปลอมเหล่านั้นฝังตัวอยู่ในบริเวณปากแผลโดยไม่สามารถนำออกจากร่างกายได้

ต้นยาวิศัลยกรณีนี้มีคุณสมบัติในการถอดถอนขับดันสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น

ออกจากบาดแผลได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ ฯ


๒. ต้นยามฤตสัญชีวนี

  ต้นยาชนิดนี้มีสรรพคุณล้ำเสิศยิ่ง สามารถทำให้ผู้ซึ่งปราศจากชีวิตแล้ว

กลับฟื้นขึ้นได้ รวมถึงเหล่าผู้ตกอยู่ในสภาวะจำศีลระดับลึก จากการถูก

คำสาป พิษนาค ฯลฯ ซึ่งผู้ตกอยู่ในอาการเหล่านี้ สามารถอยู่ในอาการหลับลึก

ได้นานหลายปีโดยไม่ต้องกินอาหารและน้ำ ทั้งยังมีการหายใจที่แผ่วเบามากและ

หัวใจก็เต้นช้ามากจนไม่อาจตรวจหาสัญญาณชีพได้ ผู้ตกอยู่ในอาการเหล่านี้

สามารถใช้สมุนไพรชนิดนี้รักษาอาการได้เช่นกัน ฯ

๓. ต้นยาสันธยาณี

  ต้นยาชนิดนี้ มีสรรพคุณในการเยียวยาบาดแผลต่างๆให้หายสนิท ไม่ว่าจะเป็น

แผลเล็ก แผลใหญ่ แผลลึก แผลตื้น ต้นยาชนิดนี้ สามารถรักษาอาการได้ทั้งสิ้น ฯ

๔.ต้นยาสวรรณกรณี


  ต้นยาชนิดนี้ มีคุณสมบัติด้านการบำรุงผิวพรรณให้แช่มชื่นเปล่งปลั่งสดใส

มีน้ำมีนวล สามารถลบทั้งริ้วรอยและร่อยรอยของแผลเป็นได้ชะงัดนัก ฯ

ต้นยาสวรรณกรณี มีอีกชื่อหนึ่งว่า "สังกรณี" ฯ



  ต้นยาทั้ง ๔ นี้สามารถเคลื่อนไหวใต้ผิวดินได้อย่างอิสระไม่ต่างจากการดำผุด

ดำว่ายใต้ผืนน้ำ เมื่อถูกร้องเรียกจะส่งเสียงขานรับเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ แต่เมื่อ

ผู้ออกค้นหาร้องเรียกและเดินตามเสียงขานรับ สมุนไพรเหล่านี้จะดำดินหนีไป

อยู่ตามจุดต่างๆทั่วบริเวณภูเขา(บริเวณที่ถือกำเนิด) จึงยากที่จะจับตัวได้ ฯ

  วิธีการจับสมุนไพรทั้ง๔ นั้นมีหลากหลาย แต่ทุกวิธีนั้นต้องใช้วิทยาคม 

คาถา และนานาปัจจัยเข้าร่วมเป็นองค์ประกอบ


วิธีทำน้ำอมฤต(สูตรใหญ่)

  ต้นยาทั้ง๔ นี้ต้องนำมาใช้ปรุงยาร่วมกัน จึงจะเกิดสรรพคุณสูงสุด โดยการนำ

มาบดคั้นน้ำผสมรวมกับกระสายยานานาชนิดทำเป็นน้ำอมฤตใช้ประพรมชโลม

ลงในบาดแผลเพื่อถอดถอนอาวุธฟื้นคืนชีวิตและรักษาบาดแผล รึใช้ประพรม

ชโลมร่างกายผู้ปราศจากชีวิตเพื่อให้ฟื้นคืนชีพและสร้างความสดชื่นฟื้นตัวให้กับผู้

ตกอยู่ในอาการปราศจากชีวิตนี้ได้เช่นกัน ฯ


วิธีทำน้ำอมฤต(สูตรเล็ก)

  อนึ่ง ในกรณีที่ถูกศาสตราวุธวิเศษผนึกติดอยู่กับร่างกายโดยไม่สามารถ

ถอนออกได้ ทว่าไม่ถึงขั้นสลบไสลปราศจากชีวิต ก็สามารถนำสมุนไพร

อีก ๓ ชนิด คือ วิศัลยกรณี, สันธยาณี, สวรรณกรณี มาหมักดองรวมกันเพื่อ

ทำเป็นน้ำส้มสายชู เมื่อนำน้ำส้มสายชูที่หมักดองจากสมุนไพรทั้ง๓ นี้ไปรด

บริเวณบาดแผล ศาสตราวุธที่ผนึกติดอยู่กับร่างกายนั้นจะหลุดออกได้โดยง่าย

และบาดแผลทั้งหลายจะฟื้นตัวคืนสภาพปกติไร้ร่องรอยแผลเป็นให้ปรากฏ ฯ



  อนึ่ง น้ำอมฤตนี้ นอกจากการใช้รดบริเวณบาดแผลเพื่อการเยียวยาแล้ว ยัง

สามารถใช้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกายได้ด้วย แต่กระนั้น การดื่มน้ำอมฤตก็ยังมีทั้ง

คุณสมบัติและข้อควรระวังในการดื่ม มีดังนี้

๑. มีความเย็นมาก เมื่อดื่มแล้วอาจกำจัดโรคาพยาธิไข้ในกายให้หายขาด

    มีอายุยืนยาวต่อไปได้
๒. มีรสหวาน หากนำน้ำอมฤตไปผสมในยาพิษที่มีปริมาณมากกว่าจะมีรสขม

     แต่หากผสมในยาพิษที่มีปริมาณน้อยกว่า ยาพิษนั้นจะกลายเป็นรสหวาน

     (พิษจางลง)
๓. หากดื่มในปริมาณที่ไม่เหมาะสม คนดื่มอาจถึงตาย (ดุจผู้ไม่รู้จักประมาณ

    ตน กินอาหารมากเกินไป ก็ถึงแก่ความตายได้ [น้ำอมฤตเป็นยาแรง หาก

    ดื่มมากเกินไปร่างกายจะปรับตัวรับฤทธิ์ยาไม่ทันจนถึงแก่ความตาย  แต่ถ้า

    ดื่มน้อยเกินไปก็ไม่มีผล] )


  เนื่องจากสมุนไพรทั้ง ๔ ชนิดนี้นิยมใช้ปรุงยาร่วมกันเป็นปกติ สมุนไพร

ทั้ง ๔ ชนิดนี้ จึงมีอีกชื่อ เรียกว่า "สังกรณี-ตรีชวา"
                                                                                              

*ตรีชวา คือ คำเรียกกลุ่มสมุนไพร อีก ๓ ชนิด คือ ศัลยกรณี, มฤตสัญชีวนี, สันธยาณี

                                                                                              


ข้อมูลเบื้องต้นของ ลานสรรพยา

สถานที่ตั้ง : ภูเขาลูกแห่งหนึ่งในแนวขุนเขาจูฬกาฬ

  ลานสรรพยา คือยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งมีสภาพเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ พื้นผิว

ค่อนข้างราบเรียบและนุ่มฟู ยืดหยุ่นดุจพื้นหนังกลองที่ขึงไว้จนตึง

คำว่า "ลานสรรพยา" เป็นชื่อที่เหล่าวิทยาธรชาวหิมพานต์เป็นผู้ตั้งขึ้น ส่วน

สาเหตุที่ยอดเขานี้มีสภาพราบเรียบดุจถูกตัดไปจนกลายเป็นลานกว้างขนาด

ใหญ่นี้ เหล่าวิทยาธรอธิบายว่า


  แต่เดิมนั้น ภูเขาแห่งนี้ มียอดเขาเหมือนภูเขาทั่วไป เป็นภูเขาที่อุดมไปด้วย

พืชสมุนไพรนานาชนิด(แต่ก็ยังนับว่าน้อยกว่าภูเขาคันธมาทน์) ครั้งหนึ่งมี

ทหารเอกผู้มากฤทธิ์มาตามหาสมุนไพรที่ภูเขาแห่งนี้ ทว่าสมุนไพรนั้นหลบหนีไป

ซ่อนตัวบริเวณยอดเขาจึงไม่อาจนำสมุนไพรกลับไปได้ ด้วยความที่เป็นภารกิจ

เร่งด่วน ทหารเอกผู้นั้นจึงจำต้องใช้ฤทธิ์ของตนตัดยกเอาส่วนยอดของภูเขา

ลูกนี้ไปเพื่อให้โหราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพค้นหาตัวสมุนไพรที่ต้องการ

ออกมาประกอบยาตามต้องการ บริเวณยอดเขาแห่งนี้จึงมีสภาพราบเรียบมา

จนถึงทุกวันนี้ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น