ต้นยาสี่วิสุทธ (ประกอบด้วย ต้นสมุนไพรทั้งหมด ๔ ชนิด)
สรรพคุณ : รักษาเยียวยาและฟื้นฟูสภาพร่างกายระดับสูง
สถานที่ค้นพบ : พบได้ทั่วไปในแดนหิมพานต์ แต่มีมากและครบถ้วนที่สุด
ณ ลานสรรพยา(อีกสถานที่ที่มีต้นยาครบทั้ง๔ คือ เขาคันธทาทน์)
๑. ต้นยาวิศัลยกรณี

หากถูกสิ่งแปลกปลอมรึศาตราวุธใดทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และสิ่งแปลก
ปลอมเหล่านั้นฝังตัวอยู่ในบริเวณปากแผลโดยไม่สามารถนำออกจากร่างกายได้
ต้นยาวิศัลยกรณีนี้มีคุณสมบัติในการถอดถอนขับดันสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น
ออกจากบาดแผลได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ ฯ
ออกจากบาดแผลได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ ฯ
๒. ต้นยามฤตสัญชีวนี

ต้นยาชนิดนี้มีสรรพคุณล้ำเสิศยิ่ง สามารถทำให้ผู้ซึ่งปราศจากชีวิตแล้ว
กลับฟื้นขึ้นได้ รวมถึงเหล่าผู้ตกอยู่ในสภาวะจำศีลระดับลึก จากการถูก
คำสาป พิษนาค ฯลฯ ซึ่งผู้ตกอยู่ในอาการเหล่านี้ สามารถอยู่ในอาการหลับลึก
ได้นานหลายปีโดยไม่ต้องกินอาหารและน้ำ ทั้งยังมีการหายใจที่แผ่วเบามากและ
หัวใจก็เต้นช้ามากจนไม่อาจตรวจหาสัญญาณชีพได้ ผู้ตกอยู่ในอาการเหล่านี้
สามารถใช้สมุนไพรชนิดนี้รักษาอาการได้เช่นกัน ฯ
๓. ต้นยาสันธยาณี

ต้นยาชนิดนี้ มีสรรพคุณในการเยียวยาบาดแผลต่างๆให้หายสนิท ไม่ว่าจะเป็น
แผลเล็ก แผลใหญ่ แผลลึก แผลตื้น ต้นยาชนิดนี้ สามารถรักษาอาการได้ทั้งสิ้น ฯ
๔.ต้นยาสวรรณกรณี

ต้นยาชนิดนี้ มีคุณสมบัติด้านการบำรุงผิวพรรณให้แช่มชื่นเปล่งปลั่งสดใส
มีน้ำมีนวล สามารถลบทั้งริ้วรอยและร่อยรอยของแผลเป็นได้ชะงัดนัก ฯ
ต้นยาสวรรณกรณี มีอีกชื่อหนึ่งว่า "สังกรณี" ฯ
ต้นยาทั้ง ๔ นี้สามารถเคลื่อนไหวใต้ผิวดินได้อย่างอิสระไม่ต่างจากการดำผุด
ดำว่ายใต้ผืนน้ำ เมื่อถูกร้องเรียกจะส่งเสียงขานรับเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ แต่เมื่อ
ผู้ออกค้นหาร้องเรียกและเดินตามเสียงขานรับ สมุนไพรเหล่านี้จะดำดินหนีไป
อยู่ตามจุดต่างๆทั่วบริเวณภูเขา(บริเวณที่ถือกำเนิด) จึงยากที่จะจับตัวได้ ฯ
วิธีการจับสมุนไพรทั้ง๔ นั้นมีหลากหลาย แต่ทุกวิธีนั้นต้องใช้วิทยาคม
คาถา และนานาปัจจัยเข้าร่วมเป็นองค์ประกอบ
วิธีทำน้ำอมฤต(สูตรใหญ่)
ต้นยาทั้ง๔ นี้ต้องนำมาใช้ปรุงยาร่วมกัน จึงจะเกิดสรรพคุณสูงสุด โดยการนำ
มาบดคั้นน้ำผสมรวมกับกระสายยานานาชนิดทำเป็นน้ำอมฤตใช้ประพรมชโลม
ลงในบาดแผลเพื่อถอดถอนอาวุธฟื้นคืนชีวิตและรักษาบาดแผล รึใช้ประพรม
ชโลมร่างกายผู้ปราศจากชีวิตเพื่อให้ฟื้นคืนชีพและสร้างความสดชื่นฟื้นตัวให้กับผู้
ตกอยู่ในอาการปราศจากชีวิตนี้ได้เช่นกัน ฯ
วิธีทำน้ำอมฤต(สูตรเล็ก)
อนึ่ง ในกรณีที่ถูกศาสตราวุธวิเศษผนึกติดอยู่กับร่างกายโดยไม่สามารถ
ถอนออกได้ ทว่าไม่ถึงขั้นสลบไสลปราศจากชีวิต ก็สามารถนำสมุนไพร
อีก ๓ ชนิด คือ วิศัลยกรณี, สันธยาณี, สวรรณกรณี มาหมักดองรวมกันเพื่อ
ทำเป็นน้ำส้มสายชู เมื่อนำน้ำส้มสายชูที่หมักดองจากสมุนไพรทั้ง๓ นี้ไปรด
บริเวณบาดแผล ศาสตราวุธที่ผนึกติดอยู่กับร่างกายนั้นจะหลุดออกได้โดยง่าย
และบาดแผลทั้งหลายจะฟื้นตัวคืนสภาพปกติไร้ร่องรอยแผลเป็นให้ปรากฏ ฯ
อนึ่ง น้ำอมฤตนี้ นอกจากการใช้รดบริเวณบาดแผลเพื่อการเยียวยาแล้ว ยัง
สามารถใช้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกายได้ด้วย แต่กระนั้น การดื่มน้ำอมฤตก็ยังมีทั้ง
คุณสมบัติและข้อควรระวังในการดื่ม มีดังนี้
๑. มีความเย็นมาก เมื่อดื่มแล้วอาจกำจัดโรคาพยาธิไข้ในกายให้หายขาด
มีอายุยืนยาวต่อไปได้
๒. มีรสหวาน หากนำน้ำอมฤตไปผสมในยาพิษที่มีปริมาณมากกว่าจะมีรสขม
แต่หากผสมในยาพิษที่มีปริมาณน้อยกว่า ยาพิษนั้นจะกลายเป็นรสหวาน
(พิษจางลง)
๓. หากดื่มในปริมาณที่ไม่เหมาะสม คนดื่มอาจถึงตาย (ดุจผู้ไม่รู้จักประมาณ
ตน กินอาหารมากเกินไป ก็ถึงแก่ความตายได้ [น้ำอมฤตเป็นยาแรง หาก
ดื่มมากเกินไปร่างกายจะปรับตัวรับฤทธิ์ยาไม่ทันจนถึงแก่ความตาย แต่ถ้า
ดื่มน้อยเกินไปก็ไม่มีผล] )
เนื่องจากสมุนไพรทั้ง ๔ ชนิดนี้นิยมใช้ปรุงยาร่วมกันเป็นปกติ สมุนไพร
ทั้ง ๔ ชนิดนี้ จึงมีอีกชื่อ เรียกว่า "สังกรณี-ตรีชวา"
*ตรีชวา คือ คำเรียกกลุ่มสมุนไพร อีก ๓ ชนิด คือ ศัลยกรณี, มฤตสัญชีวนี, สันธยาณี
ข้อมูลเบื้องต้นของ ลานสรรพยา
สถานที่ตั้ง : ภูเขาลูกแห่งหนึ่งในแนวขุนเขาจูฬกาฬ
ลานสรรพยา คือยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งมีสภาพเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ พื้นผิว
ค่อนข้างราบเรียบและนุ่มฟู ยืดหยุ่นดุจพื้นหนังกลองที่ขึงไว้จนตึง
คำว่า "ลานสรรพยา" เป็นชื่อที่เหล่าวิทยาธรชาวหิมพานต์เป็นผู้ตั้งขึ้น ส่วน
สาเหตุที่ยอดเขานี้มีสภาพราบเรียบดุจถูกตัดไปจนกลายเป็นลานกว้างขนาด
ใหญ่นี้ เหล่าวิทยาธรอธิบายว่า
แต่เดิมนั้น ภูเขาแห่งนี้ มียอดเขาเหมือนภูเขาทั่วไป เป็นภูเขาที่อุดมไปด้วย
พืชสมุนไพรนานาชนิด(แต่ก็ยังนับว่าน้อยกว่าภูเขาคันธมาทน์) ครั้งหนึ่งมี
ทหารเอกผู้มากฤทธิ์มาตามหาสมุนไพรที่ภูเขาแห่งนี้ ทว่าสมุนไพรนั้นหลบหนีไป
ซ่อนตัวบริเวณยอดเขาจึงไม่อาจนำสมุนไพรกลับไปได้ ด้วยความที่เป็นภารกิจ
เร่งด่วน ทหารเอกผู้นั้นจึงจำต้องใช้ฤทธิ์ของตนตัดยกเอาส่วนยอดของภูเขา
ลูกนี้ไปเพื่อให้โหราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพค้นหาตัวสมุนไพรที่ต้องการ
ออกมาประกอบยาตามต้องการ บริเวณยอดเขาแห่งนี้จึงมีสภาพราบเรียบมา
จนถึงทุกวันนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น